Kevin Warsh เข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อย่างเป็นทางการเมื่อวันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม 2026 ท่ามกลางสายตาของนักลงทุนทั่วโลกที่จับตาทิศทางนโยบายการเงินยุคใหม่ของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด
แม้หลายฝ่ายเคยคาดหวังว่า Fed ภายใต้ผู้นำคนใหม่อาจเริ่มผ่อนคลายนโยบายการเงิน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับตรงกันข้าม เมื่อตลาดเริ่มประเมินว่าโอกาส “ลดดอกเบี้ย” ภายในปี 2026 แทบเป็นศูนย์ และมีความเป็นไปได้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ที่ Fed อาจกลับมา “ขึ้นดอกเบี้ย” ในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งอาจกลายเป็นแรงกดดันสำคัญต่อทั้งตลาดหุ้นและตลาดคริปโต
🇺🇸 Warsh รับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ — Trump ย้ำ Fed ต้องเป็นอิสระ
พิธีสาบานตนจัดขึ้นที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยมีประธานาธิบดี Donald Trump กล่าวเปิดงาน พร้อมยืนยันว่า Kevin Warsh จะยังคงรักษา “ความเป็นอิสระ” ของ Fed ในการกำหนดนโยบายการเงิน
Trump ระบุว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่ง โดยเฉพาะตัวเลขการจ้างงานที่อยู่ในระดับสูง พร้อมกล่าวว่า
“Kevin เข้าใจดีว่าเมื่อเศรษฐกิจเฟื่องฟู นั่นคือเรื่องดี”
นอกจากนี้ Trump ยังกล่าวถึงแนวทาง “เติบโตหนีหนี้” ผ่านการขยายตัวทางเศรษฐกิจ เพื่อรับมือกับภาระหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง
ช่วงท้ายของสุนทรพจน์ Trump ทิ้งประโยคที่ถูกจับตาอย่างมากว่า
“เราอยากหยุดเงินเฟ้อ แต่เราไม่อยากหยุดความยิ่งใหญ่”
ถ้อยคำดังกล่าวถูกตีความได้หลายมุม โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับปริมาณเงินในระบบและทิศทางอัตราดอกเบี้ยในอนาคต
ดอกเบี้ยต่ำช่วยสินทรัพย์เสี่ยง แต่ก็เสี่ยงเร่งเงินเฟ้อ
โดยปกติแล้ว อัตราดอกเบี้ยต่ำถือเป็นปัจจัยบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง เช่น Bitcoin และคริปโตเคอร์เรนซี เพราะต้นทุนการกู้ยืมลดลง ทำให้นักลงทุนกล้ารับความเสี่ยงมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม นโยบายดอกเบี้ยต่ำก็มีผลข้างเคียงสำคัญ คืออาจกระตุ้นแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ เนื่องจากภาคธุรกิจและผู้บริโภคสามารถเข้าถึงเงินทุนได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้การใช้จ่ายและการลงทุนเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
นี่จึงกลายเป็นโจทย์สำคัญที่ Warsh ต้องบริหารสมดุลระหว่าง “การเติบโตทางเศรษฐกิจ” และ “การควบคุมเงินเฟ้อ” ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกยังเผชิญความไม่แน่นอนสูง
FedWatch ส่งสัญญาณชัด — ตลาดเริ่มมองโอกาสขึ้นดอกเบี้ย
ข้อมูลจาก CME FedWatch Tool ล่าสุดสะท้อนมุมมองที่เปลี่ยนไปของนักลงทุนอย่างชัดเจน โดยตลาดให้น้ำหนักว่า Fed จะไม่ลดดอกเบี้ยตลอดทั้งปี 2026
รายละเอียดที่น่าสนใจมีดังนี้
- โอกาสลดดอกเบี้ยในปี 2026 อยู่ที่ 0%
- การประชุม FOMC วันที่ 17 มิถุนายน 2026 มีนักลงทุนประมาณ 3.5% ที่มองว่า Fed อาจขึ้นดอกเบี้ย 0.25%
- ในการประชุมเดือนกรกฎาคม ความน่าจะเป็นของการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเป็น 17%
- ส่วนการประชุมเดือนธันวาคม นักลงทุนกว่า 67% มองว่า Fed อาจตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ย
ปัจจุบัน อัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ อยู่ที่ระดับ 3.50%–3.75%
Bitcoin และคริปโตอาจเผชิญแรงกดดันระยะถัดไป
การที่ตลาดเริ่มตัดความหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยออกไปเกือบทั้งหมด อาจสร้างแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงในช่วงครึ่งหลังของปี โดยเฉพาะ Bitcoin และตลาดคริปโตที่มีความอ่อนไหวต่อสภาพคล่องในระบบการเงิน
แม้ Kevin Warsh จะถูกมองว่าเป็นหนึ่งในประธาน Fed ที่มีมุมมองเปิดกว้างต่อ Bitcoin และสินทรัพย์ดิจิทัลมากที่สุดคนหนึ่ง แต่ในเชิงนโยบายการเงิน เขากลับมีชื่อเสียงในฐานะ “Inflation Hawk” หรือสายเหยี่ยวที่ให้ความสำคัญกับการควบคุมเงินเฟ้ออย่างเข้มงวด
Warsh สนับสนุนการรักษาวินัยทางการเงินและการลดขนาดงบดุลของ Fed ซึ่งอาจหมายถึงสภาพคล่องที่ตึงตัวมากขึ้นในระบบการเงินโลก
หาก Fed เดินหน้าใช้นโยบายการเงินเข้มงวดต่อเนื่อง ตลาดคริปโตอาจต้องเผชิญความผันผวนเพิ่มขึ้นในช่วงหลายเดือนข้างหน้า โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่นักลงทุนเริ่มกลับมาให้ความสำคัญกับ “ดอกเบี้ยสูงยาวนาน” อีกครั้ง
Cr.cointelegraph
-----------------------------------------------------
เพิ่มเพื่อนรับข่าวสารตลาดหุ้น Forex และบทความดีๆ ด้านการเงิน การลงทุน ฟรี !!
http://line.me/ti/p/%40zhq5011b
Line ID:@fxhanuman
Web : https://www.fxhanuman.com
Web : https://www.eluforex.com/
FB:https://www.facebook.com/review.forex.broker/
เยี่ยมชม partner ของเราที่ Eluforex รีวิวโบรกเกอร์ Forex
#forex #ลงทุน #peppers #xm #fbs #exness #icmarkets #avatrade #fxtm #tickmill #fxpro #fxopen #fxcl #forex4you























