เครือข่าย Bitcoin กำลังเผชิญการปรับลดค่าความยากในการขุด (Mining Difficulty) ครั้งสำคัญ โดยคาดว่าจะลดลงประมาณ 10.3% ในการปรับรอบล่าสุด ซึ่งนับเป็นการลดลงครั้งใหญ่อันดับ 11 ในประวัติศาสตร์ตลอด 17 ปีของเครือข่าย สะท้อนแรงกดดันจากราคาบิตคอยน์
ที่ปรับตัวลดลงอย่างหนัก ส่งผลให้นักขุดจำนวนมากทยอยปิดเครื่องและออกจากระบบ
Difficulty ลดแรง ช่วยพยุงนักขุด
ระบบของ Bitcoin จะปรับค่าความยากในการขุดทุก ๆ 2,016 บล็อก หรือประมาณทุก 2 สัปดาห์ เพื่อรักษาระยะเวลาการสร้างบล็อกเฉลี่ยไว้ที่ 10 นาทีต่อบล็อก
การปรับรอบนี้ที่บล็อกหมายเลข 953,568 คาดว่าจะทำให้ค่าความยากลดลงจาก 138.96 ล้านล้าน เหลือประมาณ 124.25 ล้านล้าน หรือราว 10.3%
นับตั้งแต่ต้นปี 2569 ค่า Difficulty ลดลงจากระดับเกือบ 150 ล้านล้าน คิดเป็นการปรับตัวลงประมาณ 16% ภายในเวลาเพียง 6 เดือน และถือเป็นหนึ่งในปีที่มีการปรับลดครั้งใหญ่หลายครั้งที่สุดในประวัติศาสตร์ของเครือข่าย
ราคา BTC ร่วง กดดันต้นทุนนักขุด
แรงกดดันสำคัญมาจากราคาของ Bitcoin ที่ปรับตัวลดลงเกือบ 30% นับตั้งแต่ต้นปี และอ่อนตัวลงต่อเนื่องในเดือนมิถุนายน จนเคลื่อนไหวอยู่บริเวณ 62,000–63,000 ดอลลาร์สหรัฐ
ข้อมูลจาก Capriole Investments ระบุว่า ต้นทุนการผลิต Bitcoin เฉลี่ยของอุตสาหกรรมอยู่ที่ประมาณ 62,650 ดอลลาร์ต่อ BTC ซึ่งใกล้เคียงกับราคาตลาดในปัจจุบัน ส่งผลให้นักขุดจำนวนมากแทบไม่เหลือกำไรจากการดำเนินงาน และหลายรายอยู่ในภาวะเพียงแค่ครอบคลุมค่าไฟฟ้าและค่าใช้จ่ายพื้นฐาน
รายได้ค่าธรรมเนียมแตะระดับต่ำสุดในรอบหลายปี
นอกจากราคาที่ลดลงแล้ว รายได้จากค่าธรรมเนียมธุรกรรมบนเครือข่ายยังลดลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2562 ทำให้นักขุดต้องพึ่งพารางวัลจากการขุดบล็อกเป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม รางวัลดังกล่าวก็ถูกลดลงครึ่งหนึ่งจากเหตุการณ์ Bitcoin Halving เมื่อปี 2567 ส่งผลให้รายได้รวมของผู้ประกอบการเหมืองขุดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
หลายบริษัทเหมืองขุดที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นจึงเริ่มปรับกลยุทธ์ หันไปให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และศูนย์ประมวลผลข้อมูล (AI Compute Hosting) ซึ่งกำลังมีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
เครื่องขุดรุ่นใหม่ช่วยประคอง Hashrate
แม้สภาพตลาดจะกดดัน แต่กำลังขุดรวมของเครือข่าย (Hashrate) ยังไม่ได้ลดลงรุนแรง เนื่องจากผู้ประกอบการรายใหญ่เร่งเปลี่ยนมาใช้เครื่องขุดรุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิม
ข้อมูลจาก Braiins ระบุว่าราคาเครื่องขุดมือสองลดลงกว่า 62% ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา ทำให้การอัปเกรดอุปกรณ์มีต้นทุนต่ำลง
เครื่องขุดรุ่นใหม่อย่าง Antminer S21 XP สามารถสร้างกำลังขุดได้สูงกว่าเดิมหลายเท่า พร้อมประหยัดพลังงานต่อหน่วยมากกว่าเครื่องรุ่นเก่าราว 59% ช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานของผู้ประกอบการขนาดใหญ่
ตัวชี้วัด On-Chain ยังไม่เข้าสู่ภาวะ Capitulation
แม้ว่าภาพรวมของอุตสาหกรรมจะอยู่ภายใต้แรงกดดัน แต่ข้อมูล On-Chain หลายตัวชี้วัดยังไม่ส่งสัญญาณการยอมแพ้ของนักขุด (Miner Capitulation) อย่างเต็มรูปแบบ
ค่า Puell Multiple อยู่ที่ประมาณ 0.74 ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ย แต่ยังสูงกว่าระดับวิกฤตในปี 2018 และ 2022 ขณะที่ Price-to-Miner-Revenue Multiple อยู่บริเวณ 80 ลดลงจากจุดสูงสุดก่อนหน้า แต่ยังไม่แตะโซน 40–50 ซึ่งมักถูกมองว่าเป็นสัญญาณ Capitulation ที่ชัดเจน
จับตาทิศทางราคาในระยะต่อไป
การปรับลด Difficulty รอบนี้อาจช่วยบรรเทาแรงกดดันให้กับนักขุดที่ยังคงดำเนินการอยู่ เนื่องจากมีโอกาสได้รับรางวัลจากการขุดมากขึ้นเมื่อเทียบกับกำลังขุดที่ใช้
อย่างไรก็ตาม หากราคา Bitcoin ยังคงเคลื่อนไหวใกล้ต้นทุนการผลิต ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมธุรกรรมยังอ่อนแอ และตัวชี้วัดสำคัญยังไม่ฟื้นตัว ความท้าทายของอุตสาหกรรมเหมืองขุด Bitcoin ก็อาจยังดำเนินต่อไปในช่วงครึ่งหลังของปี 2569
Cr.cryptoslate
----------------------------------------------------------
เพิ่มเพื่อนรับข่าวสารตลาดหุ้น Forex และบทความดีๆ ด้านการเงิน การลงทุน ฟรี !!
http://line.me/ti/p/%40zhq5011b
Line ID:@fxhanuman
Web : https://www.fxhanuman.com
Web : https://www.eluforex.com/
FB:https://www.facebook.com/review.forex.broker/
เยี่ยมชม partner ของเราที่ Eluforex รีวิวโบรกเกอร์ Forex
#forex #ลงทุน #peppers #xm #fbs #exness #icmarkets #avatrade #fxtm #tickmill #fxpro #fxopen #fxcl #forex4you























