Anthropic บริษัทผู้พัฒนา Claude ออกโรงเตือนว่า โลกกำลังเข้าใกล้จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของเทคโนโลยี AI นั่นคือวันที่ AI สามารถสร้างและพัฒนา AI รุ่นใหม่ที่เก่งกว่าเดิมได้ด้วยตัวเอง โดยแทบไม่ต้องพึ่งพามนุษย์
ประเด็นนี้อาจฟังดูเหมือนนิยายวิทยาศาสตร์ แต่สำหรับโลกคริปโตแล้ว ผลกระทบอาจเกิดขึ้นเร็วกว่าที่หลายคนคิด เพราะเอเจนต์ AI กำลังกลายเป็นผู้ใช้งานรายสำคัญของสเตเบิลคอยน์และระบบการเงินบนบล็อกเชน
AI กำลังเข้าใกล้จุดเปลี่ยน
เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 Anthropic เผยแพร่บทความหัวข้อ “When AI Builds Itself” โดย Marina Favaro หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Anthropic Institute และ Jack Clark ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท
ทั้งสองระบุว่า ปัจจุบันเอเจนต์ AI สามารถเขียนโค้ด รันโปรแกรม และมอบหมายงานต่อให้ AI ตัวอื่นทำงานต่อเนื่องเป็นเวลาหลายชั่วโมงได้แล้ว
Anthropic ยอมรับว่า Claude มีส่วนในการเขียนโค้ดประมาณ 80% ของโค้ดที่ถูกนำเข้าสู่ระบบพัฒนาของบริษัทในปัจจุบัน
หากแนวโน้มนี้ดำเนินต่อไป พร้อมกับการเพิ่มขึ้นของพลังประมวลผล AI ก็อาจก้าวไปสู่จุดที่สามารถออกแบบ สร้าง และฝึกฝน AI รุ่นถัดไปได้ด้วยตัวเองอย่างสมบูรณ์
Recursive Self-Improvement คืออะไร
Anthropic เรียกกระบวนการนี้ว่า “Recursive Self-Improvement” หรือการพัฒนาตัวเองแบบวนซ้ำ
กล่าวง่ายๆ คือ AI รุ่นหนึ่งสามารถสร้าง AI รุ่นใหม่ที่ฉลาดกว่าเดิม และ AI รุ่นใหม่นั้นก็สามารถสร้างรุ่นที่เก่งขึ้นไปอีกได้ต่อเนื่อง
บริษัทระบุว่าความสามารถของโมเดล AI กำลังเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าทุกประมาณ 4 เดือน เร็วกว่าช่วงก่อนหน้าที่ใช้เวลาราว 7 เดือน
หากวันหนึ่งคุณภาพงานของ AI เทียบเท่าหรือดีกว่านักพัฒนามนุษย์ มนุษย์อาจเหลือบทบาทเพียงผู้ตรวจสอบเท่านั้น
แต่หาก AI สร้างโค้ดได้เร็วเกินกว่าที่มนุษย์จะตรวจสอบทัน กระบวนการตรวจสอบของมนุษย์เองอาจกลายเป็นคอขวดของการพัฒนา
Anthropic เสนอให้โลกมีทางเลือกในการ “ชะลอ”
Favaro และ Clark เสนอว่า สังคมควรมีทางเลือกในการชะลอหรือหยุดการพัฒนา Frontier AI ชั่วคราว หากจำเป็น
เป้าหมายไม่ใช่การหยุดนวัตกรรม แต่เพื่อเปิดเวลาให้การวิจัยด้านความปลอดภัย กฎหมาย และสถาบันทางสังคมสามารถปรับตัวตามเทคโนโลยีได้ทัน
อย่างไรก็ตาม พวกเขายอมรับว่าการชะลอพัฒนาอาจเป็นเรื่องยาก หากประเทศหรือบริษัทอื่นยังคงเดินหน้าแข่งขันต่อไป
ความกังวลด้านความปลอดภัยเพิ่มขึ้น
ในวันเดียวกัน กลุ่มผู้บริหารและนักวิจัยจากบริษัท AI หลายแห่ง รวมถึง Anthropic และ OpenAI ได้ร่วมลงนามในจดหมายเปิดผนึกเรียกร้องให้รัฐบาลกำหนดกรอบกำกับดูแล AI ที่เข้มงวดขึ้น
ความกังวลหลักคือ AI อาจลด “กำแพงความรู้” ที่เคยเป็นอุปสรรคต่อผู้ไม่หวังดีในการเข้าถึงความรู้ด้านอาวุธชีวภาพหรือความมั่นคงไซเบอร์
ก่อนหน้านี้ Anthropic ยังตัดสินใจไม่เปิดให้สาธารณชนใช้งานโมเดล Claude Mythos เนื่องจากกังวลถึงความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ในระดับโลก
จุดเชื่อมกับโลกคริปโต
สำหรับนักลงทุนคริปโต ประเด็นนี้อาจสำคัญกว่าที่คิด
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เอเจนต์ AI เริ่มมีบทบาทในการทำธุรกรรมบนบล็อกเชนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการชำระเงิน การซื้อขาย การบริหารสภาพคล่อง หรือการใช้งานบริการ DeFi
Jeremy Allaire ซีอีโอของ Circle เคยคาดการณ์ว่า ภายใน 5 ปีข้างหน้า อาจมีเอเจนต์ AI หลายพันล้านตัวทำงานแทนผู้ใช้งานมนุษย์
ขณะที่รายงานจาก Keyrock ระบุว่า ภายในเวลาเพียง 12 เดือนที่ผ่านมา การชำระเงินโดยเอเจนต์ AI ได้สร้างมูลค่าธุรกรรมรวมกว่า 73 ล้านดอลลาร์ ผ่านธุรกรรมมากถึง 176 ล้านรายการ
ที่น่าสนใจคือกว่า 98.6% ของธุรกรรมทั้งหมดใช้ USDC เป็นสื่อกลางในการชำระเงิน
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าสเตเบิลคอยน์กำลังกลายเป็น “รางการเงิน” สำหรับเศรษฐกิจระหว่างเครื่องจักร หรือ Machine-to-Machine Economy
Cr.cointelegraph
-----------------------------------------------------
เพิ่มเพื่อนรับข่าวสารตลาดหุ้น Forex และบทความดีๆ ด้านการเงิน การลงทุน ฟรี !!
http://line.me/ti/p/%40zhq5011b
Line ID:@fxhanuman
Web : https://www.fxhanuman.com
Web : https://www.eluforex.com/
FB:https://www.facebook.com/review.forex.broker/
เยี่ยมชม partner ของเราที่ Eluforex รีวิวโบรกเกอร์ Forex
#forex #ลงทุน #peppers #xm #fbs #exness #icmarkets #avatrade #fxtm #tickmill #fxpro #fxopen #fxcl #forex4you























