Bitcoin (BTC) ร่วงหนักกว่า 21% ภายในเวลาเพียง 10 วัน หลุดระดับ 61,000 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน หลังนักลงทุนเริ่มกังวลต่อท่าทีล่าสุดของ Strategy บริษัทผู้ถือครอง Bitcoin รายใหญ่ที่สุดในกลุ่มบริษัทมหาชน ซึ่งตัดสินใจนำเงินไปซื้อคืนหนี้แทนการเข้าซื้อ Bitcoin เพิ่มเติม
Strategy เปลี่ยนเกม จากซื้อ Bitcoin เป็นลดภาระหนี้
ก่อนหน้านี้ Strategy เป็นแรงซื้อสำคัญของตลาด โดยสะสม Bitcoin เพิ่มกว่า 126,000 BTC ตั้งแต่เดือนมีนาคม คิดเป็นมูลค่าราว 9.3 พันล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม บริษัทประกาศนำเงินสด 1.38 พันล้านดอลลาร์จากการระดมทุนรอบล่าสุด ไปซื้อคืนหุ้นกู้แปลงสภาพ (Convertible Debt) บางส่วน แทนที่จะนำไปซื้อ Bitcoin เพิ่มเหมือนที่ผ่านมา
การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเดียวกับที่หุ้นบุริมสิทธิ์ STRC ซึ่งเป็นเครื่องมือระดมทุนสำคัญของบริษัท เริ่มซื้อขายต่ำกว่าระดับ 100 ดอลลาร์ ทำให้ตลาดเริ่มตั้งคำถามถึงศักยภาพในการระดมทุนเพื่อซื้อ Bitcoin ในอนาคต
STRC ยังไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่สภาพคล่องเริ่มถูกจับตา
STRC เป็นหุ้นบุริมสิทธิ์อัตราดอกเบี้ยลอยตัวที่ปัจจุบันให้ผลตอบแทนราว 11.5% ต่อปี และจ่ายปันผลเป็นเงินสดทุกเดือน
แม้ราคาหุ้นจะอ่อนตัวลงต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ แต่ในทางทฤษฎียังไม่ได้กระทบต่อความมั่นคงของบริษัทโดยตรง เพราะสามารถปรับผลตอบแทนเพื่อดึงดูดนักลงทุนรายใหม่ได้
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนเริ่มจับตาสถานะเงินสดของบริษัท หลังเหลือเงินสดเพียงประมาณ 900 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเพียงพอต่อการจ่ายปันผลได้อีกประมาณ 6 เดือน
ความเสี่ยงถูกบังคับขาย Bitcoin ยังต่ำ
แม้จะมีความกังวลเพิ่มขึ้น แต่ข้อมูลปัจจุบันระบุว่า Strategy ยังไม่มีเงื่อนไขในสัญญาหนี้ที่บังคับให้ต้องขาย Bitcoin หากราคาปรับตัวลดลง
อีกทั้งอัตราหนี้สินสุทธิ (Net Leverage) ของบริษัทยังอยู่ที่เพียง 11% ซึ่งถือว่าต่ำเมื่อเทียบกับมูลค่าของ Bitcoin ที่ถือครองอยู่ โดยนักวิเคราะห์มองว่าบริษัทยังสามารถรองรับสถานการณ์ที่ Bitcoin ปรับฐานแรงได้อีกมาก
นอกจากนี้ หากตลาดตราสารหนี้ไม่เอื้ออำนวย บริษัทก็ยังสามารถเลือกเพิ่มทุนผ่านการออกหุ้นใหม่ได้ แม้อาจส่งผลให้ผู้ถือหุ้นเดิมถูกลดสัดส่วนการถือครอง (Dilution) ก็ตาม
ตลาดกลัว "Doom Loop" ซ้ำรอยวิกฤต Terra
นักวิเคราะห์คริปโตชื่อ "zeroxkyle" เจ้าของจดหมายข่าว Grand Line เตือนว่า หากวันหนึ่ง Strategy จำเป็นต้องขาย Bitcoin ออกมาเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง อาจเกิดวงจรลบที่เรียกว่า "Doom Loop"
สถานการณ์ดังกล่าวหมายถึงการที่การขาย Bitcoin ของผู้เล่นรายใหญ่กดดันราคาให้ลดลง จนสร้างความวิตกให้กับตลาด และกระตุ้นให้เกิดแรงขายเพิ่มเติมเป็นลูกโซ่
แม้หลายคนจะนำไปเปรียบเทียบกับการล่มสลายของ Terra Luna ในปี 2565 แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าสองกรณีนี้มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ เพราะ Terra มีปัญหาเชิงโครงสร้างภายในระบบ ขณะที่ Strategy ยังไม่มีปัจจัยบังคับให้ต้องเทขาย Bitcoin ในทันที
แนวโน้ม Bitcoin ยังขึ้นอยู่กับ STRC และ ETF
ในระยะสั้น นักลงทุนยังคงจับตา 2 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ราคาของ STRC ว่าจะกลับมายืนเหนือ 100 ดอลลาร์ได้หรือไม่ และกระแสเงินทุนของกองทุน Spot Bitcoin ETF
ตราบใดที่ STRC ยังซื้อขายต่ำกว่าระดับสำคัญดังกล่าว และกองทุน Spot ETF ยังคงเป็นผู้ขายสุทธิ นักวิเคราะห์มองว่าโอกาสที่ Bitcoin จะกลับขึ้นไปยืนเหนือระดับ 70,000 ดอลลาร์ในเร็ววันยังค่อนข้างจำกัด
Cr.bitcoinaddict
-----------------------------------------------------
เพิ่มเพื่อนรับข่าวสารตลาดหุ้น Forex และบทความดีๆ ด้านการเงิน การลงทุน ฟรี !!
http://line.me/ti/p/%40zhq5011b
Line ID:@fxhanuman
Web : https://www.fxhanuman.com
Web : https://www.eluforex.com/
FB:https://www.facebook.com/review.forex.broker/
เยี่ยมชม partner ของเราที่ Eluforex รีวิวโบรกเกอร์ Forex
#forex #ลงทุน #peppers #xm #fbs #exness #icmarkets #avatrade #fxtm #tickmill #fxpro #fxopen #fxcl #forex4you























