Binance เว็บเทรดคริปโตอันดับ 1 ของโลก เปิดเผยผ่านบล็อกอย่างเป็นทางการเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ว่าระบบความปลอดภัยที่ขับเคลื่อนด้วย AI (Artificial Intelligence — ปัญญาประดิษฐ์) ของบริษัท สามารถป้องกันความเสียหายจากการโจมตีในรูปแบบสแกม
และฟิชชิ่งได้รวมกว่า 10,530 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 340,000 ล้านบาท ตลอดช่วงไตรมาส 1 และ 2 ของปี 2025
บริษัทระบุว่า ในไตรมาสแรกของปี 2026 เพียงไตรมาสเดียว ระบบสามารถรับมือความพยายามโจมตีได้มากถึง 22.9 ล้านครั้ง สะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันด้านความปลอดภัยที่เข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ ในอุตสาหกรรมคริปโต
AI ด่านหน้า: ระบบป้องกันหลายชั้นของ Binance
Binance เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทมีฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยที่ขับเคลื่อนด้วย AI มากกว่า 24 ระบบ ครอบคลุมทั้งการตรวจจับการฉ้อโกง การยืนยันตัวตน และการเฝ้าระวังธุรกรรมแบบเรียลไทม์
ในส่วนของการป้องกันการฉ้อโกง บริษัทนำเทคโนโลยี Computer Vision มาใช้ตรวจสอบหลักฐานการชำระเงินปลอม ขณะที่ระบบวิเคราะห์ภาษาด้วย AI แบบเรียลไทม์ ถูกนำมาใช้เพื่อตรวจจับรูปแบบการหลอกลวงในธุรกรรม P2P (Peer-to-Peer)
Binance ระบุว่า AI มีบทบาทในการตัดสินใจด้านการป้องกันการฉ้อโกงถึง 57% ของระบบทั้งหมด ส่งผลให้อัตราการฉ้อโกงผ่านบัตรลดลงราว 60–70% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม
ด้านระบบ KYC (Know Your Customer — การยืนยันตัวตนลูกค้า) บริษัทเผยว่ามีการอัปเกรดอย่างต่อเนื่องเพื่อรับมือกับ Deepfake และ Synthetic Identity ซึ่งเป็นรูปแบบการปลอมแปลงตัวตนที่ซับซ้อนมากขึ้นในยุค AI โดยอ้างว่าระบบมีประสิทธิภาพสูงกว่ากระบวนการตรวจสอบด้วยมนุษย์ถึง 100 เท่า
ตัวเลขสำคัญจาก Binance
Binance เปิดเผยตัวเลขสำคัญจากการทำงานของระบบ AI ดังนี้
- ป้องกันความเสียหายจากสแกมและฟิชชิ่งรวมกว่า 10,530 ล้านดอลลาร์ ในช่วง Q1–Q2 ปี 2025
- ป้องกันเงินผู้ใช้ได้ 1,980 ล้านดอลลาร์ ใน Q1 ปี 2026
- รับมือความพยายามโจมตีกว่า 22.9 ล้านครั้ง ภายในไตรมาสเดียว
- ช่วยกู้คืนเงินได้ 12.8 ล้านดอลลาร์ จากกว่า 48,000 คดี
- อายัดเงินผิดกฎหมายรวมกว่า 131 ล้านดอลลาร์
- รองรับคำขอจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทั่วโลกมากกว่า 71,000 รายการ
เมื่อ AI กลายเป็น “สนามรบ” ของทั้งสองฝ่าย
แม้ Binance จะใช้ AI เป็นเครื่องมือสำคัญในการปกป้องผู้ใช้ แต่มิจฉาชีพเองก็เริ่มใช้ Generative AI เพื่อสร้างกลโกงที่ซับซ้อนและแนบเนียนมากขึ้นเช่นกัน
Binance Research เคยประเมินว่า AI มีศักยภาพด้านการโจมตีและเจาะระบบสูงกว่าความสามารถในการตรวจจับภัยคุกคามถึง 2 เท่า และสแกมที่ใช้ AI สามารถสร้างผลกำไรได้มากกว่าสแกมแบบดั้งเดิมถึง 4.5 เท่า
ขณะเดียวกัน JPMorgan Chase ก็เคยเปิดเผยว่า ระบบ AI ของธนาคารสามารถป้องกันความเสียหายจากการฉ้อโกงได้สูงถึง 1,500 ล้านดอลลาร์ในปีที่ผ่านมา
เปิดตัว Withdrawal Lockdown รับมือ “Wrench Attack”
นอกจากระบบ AI แล้ว Binance ยังเพิ่งเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ชื่อ Withdrawal Lockdown หรือระบบล็อกการถอนเงินฉุกเฉิน ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อรับมือกับ “Wrench Attack” หรือการข่มขู่ทางกายภาพเพื่อบังคับให้เหยื่อโอนคริปโต
ด้าน CertiK บริษัทด้านความปลอดภัยบล็อกเชน ระบุว่า การโจมตีทางกายภาพที่เกี่ยวข้องกับคริปโตกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในปีนี้ และอาจทำสถิติสูงสุดใหม่แซงหน้าปี 2025
จับมือ Tether และ Tron ปราบอาชญากรรมการเงิน
Binance ยังทำงานร่วมกับ Tether และ Tron ภายใต้หน่วยงาน T3 FCU (T3 Financial Crime Unit) เพื่อปราบปรามอาชญากรรมทางการเงินบนบล็อกเชน
ล่าสุด หน่วยงานดังกล่าวสามารถอายัดเหรียญ USDT มูลค่ากว่า 344 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเชื่อมโยงกับนิติบุคคลในอิหร่านได้สำเร็จ ถือเป็นการอายัดสินทรัพย์ครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของโครงการ
อย่างไรก็ตาม Binance ยังคงเผชิญแรงกดดันจากสื่อบางสำนัก ที่กล่าวหาว่าบริษัทเคยปลดพนักงานหลังมีการรายงานธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน ซึ่ง Binance ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว พร้อมยืนยันว่าให้ความร่วมมือกับหน่วยงานกำกับดูแลและบังคับใช้กฎหมายของสหรัฐฯ อย่างเต็มที่
Cr.theblock
-----------------------------------------------------
เพิ่มเพื่อนรับข่าวสารตลาดหุ้น Forex และบทความดีๆ ด้านการเงิน การลงทุน ฟรี !!
http://line.me/ti/p/%40zhq5011b
Line ID:@fxhanuman
Web : https://www.fxhanuman.com
Web : https://www.eluforex.com/
FB:https://www.facebook.com/review.forex.broker/
เยี่ยมชม partner ของเราที่ Eluforex รีวิวโบรกเกอร์ Forex
#forex #ลงทุน #peppers #xm #fbs #exness #icmarkets #avatrade #fxtm #tickmill #fxpro #fxopen #fxcl #forex4you























