รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมจัดการประชุมสำคัญร่วมกับผู้บริหารระดับสูงจากภาคการธนาคารและอุตสาหกรรมคริปโตเคอร์เรนซีในวันจันทร์นี้ เพื่อหาทางออกให้กับร่างกฎหมาย CLARITY Act ซึ่งเป็นกฎหมายโครงสร้างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล
ที่ยังคงติดหล่มจากความเห็นที่แตกต่างกันอย่างรุนแรงในสภาคองเกรส
แหล่งข่าวระบุว่า การประชุมดังกล่าวจะจัดขึ้นภายใต้กรอบของ “สภาคริปโตทำเนียบขาว” (White House Crypto Council) โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อปลดล็อกประเด็นขัดแย้งที่ทำให้การพิจารณากฎหมายล่าช้ามานานหลายเดือน และอาจเป็นจุดชี้ชะตาทิศทางของตลาด Stablecoin ในสหรัฐฯ
วางโครงสร้างกำกับดูแลคริปโตให้ชัด
ร่างกฎหมาย CLARITY Act ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความชัดเจนในการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเฉพาะการแบ่งอำนาจหน้าที่ระหว่าง
-
คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) และ
-
คณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า (CFTC)
ซึ่งที่ผ่านมาเป็นจุดอ่อนสำคัญของระบบกำกับดูแลคริปโตในสหรัฐฯ ที่เปิดช่องให้เกิดความไม่แน่นอนทางกฎหมายและการฟ้องร้องระหว่างรัฐกับภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง
“ดอกเบี้ย Stablecoin” ปมร้อนเขย่าระบบการเงิน
ประเด็นที่กลายเป็นจุดแตกหักระหว่างภาคธนาคารและอุตสาหกรรมคริปโต คือเรื่อง ผลตอบแทนหรือดอกเบี้ยจาก Stablecoin
แม้กฎหมาย GENIUS Act ซึ่งผ่านในเดือนกรกฎาคม 2025 จะห้ามผู้ออกเหรียญ Stablecoin จ่ายดอกเบี้ยโดยตรง แต่กฎหมายยังไม่ได้ระบุอย่างชัดเจนว่า ตัวกลางอย่างเว็บเทรดหรือแพลตฟอร์มคริปโต จะสามารถมอบรางวัลหรือผลตอบแทนแก่ผู้ถือครองได้หรือไม่
ฝั่งสถาบันการเงินดั้งเดิม นำโดย Brian Moynihan ซีอีโอของ Bank of America ออกมาเตือนว่า หาก Stablecoin สามารถให้ผลตอบแทนได้อย่างเสรี อาจทำให้เกิด “เงินฝากไหลออกจากระบบธนาคาร” (Deposit Flight) มูลค่าสูงถึง 6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะกระทบต่อความสามารถในการปล่อยสินเชื่อและดันต้นทุนการกู้ยืมของเศรษฐกิจโดยรวมให้สูงขึ้น
คริปโตแตกเป็นสองเสียง
ด้านอุตสาหกรรมคริปโตเองก็ไม่ได้มีจุดยืนเป็นเอกภาพ
Coinbase นำโดย Brian Armstrong ประกาศถอนการสนับสนุนร่างกฎหมาย CLARITY Act เมื่อช่วงกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยมองว่าธนาคารกำลังใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือกีดกันการแข่งขัน และย้ำจุดยืนว่า
“ไม่มีกฎหมายเลย ยังดีกว่ามีกฎหมายที่แย่”
ขณะที่บริษัทและองค์กรคริปโตอีกกลุ่มหนึ่ง อาทิ Ripple, Kraken, a16z และ Digital Chamber ยังคงสนับสนุนร่างกฎหมายฉบับปัจจุบันของวุฒิสภา โดยเห็นว่า CLARITY Act เป็นก้าวสำคัญในการสร้างความแน่นอนทางกฎหมายและดึงดูดเงินทุนสถาบันเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ
จับตา “ดีลการเมือง–การเงิน”
ด้วยแรงเสียดทานจากทั้งสองฝั่ง ทำให้รัฐบาลทรัมป์ต้องเข้ามามีบทบาทเป็นตัวกลางในการเจรจา หวังหาข้อยุติที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ และผลักดัน CLARITY Act ให้เดินหน้าต่อในสภาคองเกรส
-----------------------------------------------------
เพิ่มเพื่อนรับข่าวสารตลาดหุ้น Forex และบทความดีๆ ด้านการเงิน การลงทุน ฟรี !!
http://line.me/ti/p/%40zhq5011b
Line ID:@fxhanuman
Web : https://www.fxhanuman.com
Web : https://www.eluforex.com/
FB:https://www.facebook.com/review.forex.broker/
เยี่ยมชม partner ของเราที่ Eluforex รีวิวโบรกเกอร์ Forex
#forex #ลงทุน #peppers #xm #fbs #exness #icmarkets #avatrade #fxtm #tickmill #fxpro #fxopen #fxcl #forex4you























