ครบรอบหนึ่งปีเต็มเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา นับตั้งแต่ แกรี เจนสเลอร์ (Gary Gensler) ประกาศลาออกจากตำแหน่งประธานคณะกรรมการกำกับดูแลหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) ในช่วงเปลี่ยนผ่านอำนาจทางการเมืองภายใต้การกลับมารับตำแหน่งของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์
(Donald Trump) เหตุการณ์ดังกล่าวถูกมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของแนวทางการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลของสหรัฐฯ และส่งแรงสะเทือนไปยังตลาดคริปโตทั่วโลก
SEC ยุติสงครามกฎหมายกับอุตสาหกรรมคริปโต
ภายใต้การนำของประธานรักษาการ มาร์ก อูเยดะ (Mark Uyeda) และประธาน SEC คนใหม่ พอล แอตกินส์ (Paul Atkins) นโยบายของหน่วยงานได้เปลี่ยนทิศทางอย่างชัดเจน จากการบังคับใช้กฎหมายเชิงรุก สู่การผ่อนคลายแรงกดดันต่อผู้ประกอบการคริปโต โดยมีการยกเลิกหรือยุติการดำเนินคดีสำคัญหลายกรณีที่ยืดเยื้อมานาน ได้แก่
-
Coinbase: เดือนกุมภาพันธ์ 2026 SEC ประกาศยุติการฟ้องร้องทางแพ่งต่อแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตรายใหญ่ ซึ่งเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2023
-
Ripple Labs: เดือนมีนาคม SEC ถอนการอุทธรณ์ในคดีที่ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2020 นับเป็นชัยชนะเชิงสัญลักษณ์ของอุตสาหกรรมคริปโต
-
Uniswap และ Robinhood: การสอบสวนต่อโปรโตคอล DeFi อย่าง Uniswap และหน่วยธุรกิจคริปโตของ Robinhood ถูกสั่งยุติลงเช่นกัน
การเคลื่อนไหวดังกล่าวช่วยฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุน แต่ในขณะเดียวกันก็จุดกระแสวิพากษ์จากฝ่ายการเมืองบางส่วนว่า SEC อาจกำลังดำเนินนโยบายสอดคล้องกับรัฐบาลทรัมป์มากเกินไป
จับตาความสัมพันธ์ Trump กับธุรกิจคริปโต
อีกประเด็นที่ถูกจับตามองคือความเชื่อมโยงระหว่างครอบครัวประธานาธิบดีกับอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล โดยตระกูล Trump มีบทบาทสนับสนุนโปรเจกต์ World Liberty Financial ซึ่งมีการออกสเตเบิลคอยน์ของตนเอง ขณะเดียวกัน โดนัลด์ ทรัมป์ ยังเปิดตัวเหรียญมีมในชื่อ Official Trump และบุตรชายของเขาได้ก่อตั้งธุรกิจขุดคริปโตภายใต้ชื่อ American Bitcoin
รายงานการประเมินมูลค่าระบุว่า ประธานาธิบดีและครอบครัวอาจได้รับผลประโยชน์จากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับคริปโตมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ เดือนมิถุนายน 2025 ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของ SEC เปลี่ยนจาก “ผู้คุมกฎจอมเข้มงวด” ในยุคเจนสเลอร์ มาเป็น “ผู้สนับสนุนนวัตกรรม” ในยุคปัจจุบัน ซึ่งมาพร้อมทั้งโอกาสใหม่และความกังวลเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน
ก้าวสู่ยุคกำกับดูแลเชิงสร้างสรรค์
การสิ้นสุดยุคของ Gary Gensler สะท้อนการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของนโยบายกำกับดูแลคริปโตในสหรัฐฯ โดย SEC หันมาให้ความสำคัญกับการสร้างกรอบกฎหมายที่ชัดเจน และส่งเสริมการเติบโตของอุตสาหกรรม แทนแนวทาง “Regulation by Enforcement” ที่อาศัยการฟ้องร้องเป็นเครื่องมือหลักในอดีต
อย่างไรก็ตาม ทิศทางใหม่นี้ยังคงต้องเผชิญกับคำถามสำคัญว่า จะสามารถรักษาสมดุลระหว่างการสนับสนุนนวัตกรรม การคุ้มครองนักลงทุน และความเป็นอิสระของหน่วยงานกำกับดูแลได้มากเพียงใดในระยะยาว
-----------------------------------------------------
เพิ่มเพื่อนรับข่าวสารตลาดหุ้น Forex และบทความดีๆ ด้านการเงิน การลงทุน ฟรี !!
http://line.me/ti/p/%40zhq5011b
Line ID:@fxhanuman
Web : https://www.fxhanuman.com
Web : https://www.eluforex.com/
FB:https://www.facebook.com/review.forex.broker/
เยี่ยมชม partner ของเราที่ Eluforex รีวิวโบรกเกอร์ Forex
#forex #ลงทุน #peppers #xm #fbs #exness #icmarkets #avatrade #fxtm #tickmill #fxpro #fxopen #fxcl #forex4you























