ความผันผวนของราคา Bitcoin ไม่ได้กระทบเพียงฝั่งนักลงทุนเท่านั้น แต่แรงกดดันกำลังกระจายไปถึงผู้ประกอบการเหมืองทั่วโลก เมื่อทั้งค่า Difficulty, Hashprice, ราคาพลังงาน และความเสี่ยงด้านซัพพลายเครื่องขุด ต่างขยับเข้าสู่จุดที่ตึงตัวมากขึ้น
Difficulty จ่อปรับขึ้นรอบใหม่ 11 ธันวาคม
ข้อมูลจาก CoinWarz ระบุว่า การปรับค่า Mining Difficulty ของ Bitcoin รอบถัดไป มีกำหนดเกิดขึ้นในบล็อก 927,360 เวลาประมาณ 00:09 น. UTC วันที่ 11 ธันวาคม โดยคาดว่าจะเพิ่มจากระดับ 149.30 ล้านล้าน (T) ไปอยู่ที่ราว 149.80 ล้านล้าน (T)
ก่อนหน้านี้ในการปรับรอบล่าสุด Difficulty เพิ่งถูกปรับลดลงจาก 152.2T เหลือ 149.3T ส่งผลให้เวลาเฉลี่ยต่อหนึ่งบล็อกอยู่ที่ราว 9.97 นาที ใกล้เคียงเป้าหมาย 10 นาที แม้การลดลงครั้งนั้นจะช่วยให้ Miner หายใจได้บ้าง แต่การปรับขึ้นในเดือนธันวาคมทำให้แรงกดดันด้านต้นทุนกลับมาอีกครั้ง
Hashprice ฟื้นเล็กน้อย แต่ยังต่ำใกล้จุดต่ำสุดประวัติการณ์
Hashprice ซึ่งสะท้อนรายได้ที่ Miner ได้รับต่อกำลังขุด 1 PH/s ต่อวัน ยังคงอยู่ในโซนเปราะบาง โดยล่าสุดอยู่ที่ราว 38.3 ดอลลาร์ต่อ PH/วัน ตามข้อมูลของ Hashrate Index หลังรีบาวด์จากจุดต่ำสุดต่ำกว่า 35 ดอลลาร์ต่อ PH/วัน เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน
ระดับประมาณ 40 ดอลลาร์ต่อ PH/วันถือเป็นเส้นที่เหมืองจำนวนมากใช้ประเมินว่า “คุ้มหรือไม่คุ้ม” กับการเปิดเครื่องขุดต่อไป โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่ต้นทุนพลังงานสูงหรือใช้เครื่องรุ่นเก่าที่ประสิทธิภาพต่ำ
เมื่อพิจารณาร่วมกับ Difficulty ที่กำลังขยับขึ้นและราคาพลังงานในหลายประเทศที่ยังอยู่ในระดับสูง ภาพรวมจึงยิ่งซับซ้อนสำหรับผู้ประกอบการเหมือง
อุตสาหกรรมเหมืองเผชิญแรงกดดันเพิ่มจากปัจจัยภายนอก
ความเสี่ยงของเหมือง Bitcoin ไม่ได้จำกัดอยู่บนเครือข่ายเท่านั้น แต่ยังได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกหลายด้าน ได้แก่
– นโยบายจำกัดหรือแบนการขุดในหลายประเทศ
– ต้นทุนพลังงานที่ผันผวนและอยู่ในระดับสูง
– ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะสหรัฐฯ–จีน ที่อาจกระทบซัพพลายเครื่องขุดและชิป
ทำให้ผู้ประกอบการต้องเพิ่มความเข้มงวดในการบริหารต้นทุน การกระจายโลเคชัน และการจัดสภาพคล่อง
สหรัฐฯ เปิดสอบ Bitmain เสี่ยงกระทบซัพพลาย ASIC
แรงกดดันรอบใหม่มาจากการที่กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐฯ (DHS) เปิดการสอบสวน Bitmain ผู้ผลิตเครื่องขุดคริปโตรายใหญ่จากจีน โดยตรวจสอบความเสี่ยงด้านความมั่นคงว่ามีความเป็นไปได้ที่เครื่อง ASIC จะถูก “เข้าถึงจากระยะไกล” หรือใช้เป็นเครื่องมือสอดแนม โดยเฉพาะเครื่องที่ใช้ใกล้พื้นที่เกี่ยวข้องกับกองทัพสหรัฐฯ
ก่อนหน้านี้ในปี 2024 วุฒิสมาชิกเอลิซาเบธ วอร์เรนเคยตั้งข้อกังวลว่าเครื่อง ASIC อาจกลายเป็นช่องทางสอดแนมโครงสร้างสำคัญด้านกลาโหมของสหรัฐฯ
Bitmain ปัจจุบันถือส่วนแบ่งตลาดเครื่องขุดราว 80% จากข้อมูลของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ หากสหรัฐฯ ตัดสินใจออกมาตรการควบคุม นำเข้า หรือคว่ำบาตร อุตสาหกรรมเหมือง Bitcoin ทั่วโลกอาจเผชิญซัพพลายตึงตัว ราคาชิ้นส่วน–เครื่องขุดเพิ่มขึ้น และต้นทุนการลงทุน (CapEx) พุ่งสูงในระยะต่อไป
ภาพรวม: เดือนธันวาคมคือบททดสอบสำคัญของอุตสาหกรรมเหมือง
เมื่อรวมปัจจัยทั้งหมด Difficulty ที่กำลังปรับขึ้น Hashprice ที่ยังอยู่ระดับต่ำ ต้นทุนพลังงานและความเสี่ยงด้านกฎเกณฑ์ รวมถึงความไม่แน่นอนของซัพพลายเครื่องขุดจากการสอบสวน Bitmain ล้วนทำให้อุตสาหกรรมเหมือง Bitcoin ต้องเผชิญความท้าทายรอบใหม่
เหมืองที่มีแนวโน้มอยู่รอดได้คือผู้ที่เข้าถึงพลังงานราคาถูก ใช้เครื่องขุดประสิทธิภาพสูง บริหารต้นทุนและสภาพคล่องได้ดี และเตรียมพร้อมรับความเสี่ยงด้านซัพพลายในระยะยาว
Cr.cointelegraph
-----------------------------------------------------
เพิ่มเพื่อนรับข่าวสารตลาดหุ้น Forex และบทความดีๆ ด้านการเงิน การลงทุน ฟรี !!
http://line.me/ti/p/%40zhq5011b
Line ID:@fxhanuman
Web : https://www.fxhanuman.com
Web : https://www.eluforex.com/
FB:https://www.facebook.com/review.forex.broker/
เยี่ยมชม partner ของเราที่ Eluforex รีวิวโบรกเกอร์ Forex
#forex #ลงทุน #peppers #xm #fbs #exness #icmarkets #avatrade #fxtm #tickmill #fxpro #fxopen #fxcl #forex4you























