จับสัญญาณ โอเวอร์ซัพพลายแรงบีบฟองสบู่อสังหาฯ

จากการขยายตัวของโครงการอสังหาริม ทรัพย์อย่างมากในปี 2561 ในจำนวนนี้มีโครงการมิกซ์ยูส มูลค่าโครงการสูงระดับหมื่นล้านบาท แสนล้านบาทก็หลายโครงการ ขณะเดียวกันธนาคารพาณิชย์ก็แข่งขันปล่อยสินเชื่อ จนทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทย

กระทรวงพาณิชย์ และล่าสุด ผู้บริหารระดับสูงของธนาคารกรุงเทพ ออกมาแสดงความกังวลว่าจะก่อให้เกิดภาวะฟองสบู่อสังหาฯ ขึ้นในไม่ช้า หลังพบตัวเลขหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือเอ็นพีแอลขยับเพิ่มขึ้นในครึ่งแรกปีนี้

ในขณะที่ฟากผู้ประกอบการอสังหาฯก็แสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับมาตรการปรับเกณฑ์สินเชื่อบ้านใหม่ของธนาคารแห่งประเทศไทย หวั่นจะกระทบต่อบรรยากาศการทำธุรกิจ พร้อมยันในตลาดไม่มีภาวะฟองสบู่ ถ้าจะมีปัญหาก็เพียงภาวะสินค้าล้นตลาดในบางพื้นที่เท่านั้น ถือว่าไม่หนักหนา ยังสามารถเอาอยู่

สำหรับปีนี้ถือเป็นปีที่ดีปีหนึ่งของอสังหาฯไทย โดยเฉพาะตลาดคอนโดมิเนียม เปิดตัวขายใหม่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ประมาณ 6.9 หมื่นยูนิต สูงกว่าปีก่อนที่เปิดตัวกว่า 5.5 หมื่นยูนิต เติบโตประมาณ 25%

นายภัทรชัย ทวีวงศ์ ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายวิจัยคอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ให้ความเห็นว่า หากพิจารณาการขยายตัวของตลาดคอนโดมิเนียมย้อนไป 10 ปีที่ผ่านมา พบว่ามีอัตราขยายตัวเฉลี่ยปีละ 4.5 หมื่นยูนิต ดังนั้นถ้าหากผู้ประกอบการยังเดินหน้าเปิดขายใหม่เพิ่มขึ้นในระดับนี้ ในปี 2562 ยอดคอนโด มิเนียมเปิดขายใหม่จะเพิ่มเป็น 1.14 แสนยูนิต

"ปัจจุบันพื้นที่ที่จัดว่าอยู่ในสถานการณ์โอเวอร์ ซัพพลาย คือคอนโดมิเนียมแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง ที่ต้องใช้เวลาระบายสต๊อกอีก 2 ปี ส่วนในพื้นที่กรุงเทพฯ อุปทานใหม่ 6.9 หมื่นยูนิต ถือว่าสินค้าล้นตลาดในภาพรวม เพราะอัตราการขายโดยปกติอยู่ที่ปีละประมาณ 4 หมื่นยูนิต ดังนั้นผู้ประกอบการควรจะลดระดับการเปิดขายใหม่ในปีต่อไป เพื่อดึงตลาดกลับสู่สมดุล"

นอกจากตลาดคอนโดมิ เนียมแล้ว ในช่วง 5 ปีนับจากนี้ไป พื้นที่กรุงเทพฯ จะมีอาคารสำนักงานและศูนย์การค้าเกิดใหม่เพิ่มขึ้นอีกจำนวนมากเช่นกัน จากการที่กลุ่มทุนขนาดใหญ่ประกาศแผนลงทุนโครงการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์แบบผสม (Mixed use) มากกว่า 10 โครงการ มูลค่าโครงการรวมกันกว่า 1.1 ล้านล้านบาท โดยพื้นที่อาคารสำนักงานในอนาคตจะเพิ่มเป็น 1.2 ล้านตารางเมตร และพื้นที่ค้าปลีกอีกกว่า 1.3 ล้านตารางเมตร ด้วยจำนวนที่เพิ่มขึ้นค่อนข้างมากนี้ เป็นปัจจัยท้าทายผู้ประกอบการในการขายพื้นที่

เมื่อความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยสูง ทางด้านภาคการเงินปีนี้ก็เป็นอีกปีที่สภาพคล่องในตลาดค่อนข้างสูงเช่นกัน ทั้งระบบประมาณ 3.735 ล้านล้านบาท จึงไม่แปลกที่ธนาคารพาณิชย์จะหันมาเล่นสินเชื่อที่อยู่อาศัยกันอย่างคึกคัก โดยร่วมมือกับผู้ประกอบการจัดแคมเปญกระตุ้นกำลังซื้อครบเครื่องทั้งลดแลกแจกแถม และที่นิยมเล่นกันมากก็เช่น อัตราดอกเบี้ยพิเศษ ดอกเบี้ยแช่แข็ง ยิ่งช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ยังคงเดินหน้าอัดโปรแรง

นายไพโรจน์ วัฒนวโรดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท แมทซ์ไทม์ พร็อพเพอร์ตี้ คอนซัลแทนท์ จำกัด กล่าวว่า "ขณะนี้โครงการแนวดิ่ง น่ากังวลใจเพราะฝากความหวังไว้ที่ลูกค้าจีน หลายโครงการของลูกค้าที่จองหมดแล้ว ยังไม่เริ่มโอนเลย และพบสัญญาณเศรษฐกิจจีนเริ่มมีปัญหาจากสงครามการค้า การโยกย้ายเงินจากจีนมาไทยยากลำบาก พบสต๊อกคอนโดฯหลายค่ายเริ่มมีมาก เริ่มเร่งโอนในไตรมาส 4 จัดแคมเปญมากมาย อันนี้แปลว่า ขายโอน คอนโดฯไม่ออก ส่วนแนวราบ ทาวน์เฮาส์ บ้านเดี่ยว ยังมียอดขายปกติ และเร่งโอนหนีมาตรการแบงก์ชาติ ที่จะกำหนดใหม่ในปีหน้า"

ส่วน มิกซ์ยูสที่จะเกิดใน 4-5 ปีนี้หลายโครงการ คือ กลยุทธ์ใหม่ในการเพิ่มทางเลือกใหม่ให้กับลูกค้า โดยลูกค้ายังมองที่ ทำเล สินค้า ราคา ใกล้แหล่งงาน ใกล้แหล่งช็อปปิ้ง ถ้าสินค้าราคาออกมาแพงเกินไป ลูกค้าก็ไปเลือกโครงการที่มี ทำเล สินค้าราคาเหมาะสมดีกว่า เพราะการพัฒนาโครงการเชิงพาณิชย์แบบผสมบางโครงการ อาจจับต้นทุน mix use บางส่วนมาใส่ในโครงการอสังหาริมทรัพย์ ทำให้ราคาแพงก็ได้ เพิ่มไขมันเข้ามา แต่ถ้าราคาอสังหาริมทรัพย์ใน mix use ไม่แพงเกินก็เป็นทางเลือกให้ลูกค้า ในความเห็นส่วนตัวยังไม่พบ โครงการ mix use ที่มีตลาด ห้าง กับโครงการที่อยู่อาศัยประสบความสำเร็จ เพราะโครงการ mix use ที่มีตลาด ห้าง ต้องมีจุดขาย ชัดเจน ใช้เงินไปบริหารสิ่งนี้และกว่าจะคุ้มทุน ก็ 8-15 ปี มีใครอดทน หรือทุนหนาขนาดนั้น

"ภาวะฟองสบู่หากจะเกิดขึ้น ก็น่าจะเกิดในกลุ่มผู้ประกอบการขนาดเล็กแบบเอสเอ็มอี ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการรายใหม่ๆที่มีฐานหรือทายาทธุรกิจอื่นแต่มีที่ดินและสนใจจะนำมาพัฒนาเพื่อสร้างประโยชน์สูงสุด ที่ผ่านมาจะเห็นโครงการแนวราบขนาดเล็กไม่กี่หลังในพื้นที่กรุงเทพฯชั้นใน เช่น ทาวน์โฮม หรือโฮมออฟฟิศ ขายราคา 20-40 ล้านบาท ซึ่งค่อนข้างขายยาก ส่วนบริษัทใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ฯก็อาจจะทำกำไรสุทธิลดลง แบกสต๊อกคอนโดฯค่อนข้างมาก ถึงจะขายได้แต่ยอดโอนไม่ได้ตามที่คาดหวัง" นายไพโรจน์กล่าว

โดย เจียมจิตต์ อึ่ง
Source: ฐานเศรษฐกิจ

เพิ่มเพื่อนรับข่าวสารตลาดหุ้น Forex และบทความดีๆ ด้านการเงิน การลงทุน ฟรี!!
http://line.me/ti/p/%40zhq5011b  
Line ID:@fxhanuman
FB:https://www.facebook.com/review.forex.broker/

    

Broker Name Regulation Max Leverage Lowest Spreads Minimum Deposit Minimal Lot Contact
Exness logo New
Exness
CySEC, FCA Unli : 1  Stand
Unli : 1 Raw   
Unli : Zero

0.3 pips – Stand
0 pips – Raw
0 pips – Zero

$1 0.01 lot  Stand
0.01 lot  Raw
0.01 lot  Zero

View Profile

 

XM  FCA, ASIC,IFSC,
CySec
888 : 1 1 pips – Micro
1 pips – Standard
0 pips - Ultra low 
$5  0.01 lot View Profile

121224 ebc forex logo 100x33EBC

FCA ,ASIC, CYAMAN 1000 : 1 1.1 pips - STD
0 pips - Pro
$50 0.01 lots View Profile
020125 eightcap 100x33eightcap  ASIC, FCA, SCB, CySec  500 : 1
1.0 Pips -STD
0.0 Pips - Raw
1.0 Pips - TradingView
$20   0.01 lots

View Profile

 

180225 logo fpmarkets 100x33

Fpmarkets

ASIC, CySec  500 : 1

ECN 0.0 Pips
Standard 1.0 Pips

$100 0.01 lots

View Profile

120226 markets4you logo

Markets4you

FSC of BVI 1000 : 1

0.1 pips - Cent
0.1 pips - Classic
0.1 pips - STP

$1 

0.0001 lot Cent
0.01 lot Classic
0.01 lot STP


View Profile

Doo Prime

SEC, FINRA, FCA, ASIC, FSA, FSC 500 : 1 0.1 pips $100 0.01 lots View Profile
221124 trive logo 100x33px

Trive 

FCA, ASIC, FSC 2000:1 0.0 pips -ECN
0.5 pips - Standard
$20 0.01 lot

View Profile

HFMarkets

SV, CySEC, DFSA, FCA, FSCA, FSA, CMA 2000 : 1  0.0 pips $5 0.01 lot View Profile

GMIEDGE

 FCA, VFSC 2000:1 0.1 Pips  $2.5  0.01 lot View Profile

 

 

 

 

 

 

 

 

"การแจ้งเตือนเรื่องความเสี่ยง: การเทรด Forex หรือ CFD และตราสารอนุพันธ์อื่นๆ นั้นผันผวนสูงและมีความเสี่ยงสูง คุณควรพิจารณาอย่างรอบคอบถึงวัตถุประสงค์การซื้อขาย ระดับประสบการณ์ และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น มีความเป็นไปได้ที่ความสูญเสียจะสูงเกินกว่าเงินลงทุนของคุณ คุณควรลงทุนในระดับที่สามารถรับความสูญเสียได้ โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจความเสี่ยงทั้งหมดและใช้ความระมัดระวังในการจัดการความเสี่ยงของคุณ"