ศาลสูงสุดแห่งสหรัฐอเมริกา ตัดอำนาจใช้กฎหมายฉุกเฉิน — Donald Trump เดินหน้าเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลก 10% ทันที

ศาลสูงสุดแห่งสหรัฐอเมริกามีคำวินิจฉัยเมื่อวันศุกร์ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่มีอำนาจใช้อำนาจตามกฎหมายว่าด้วยอำนาจทางเศรษฐกิจในสถานการณ์ฉุกเฉินระหว่างประเทศ (IEEPA) เพื่อจัดเก็บภาษีศุลกากรในช่วงเวลาปกติ (Peacetime) โดยชี้ว่าอำนาจในการกำหนดและจัดเก็บภาษี

เป็นอำนาจของสภาคองเกรสตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 1 ส่วนที่ 8

คำตัดสินดังกล่าวมีขึ้นหลังจากก่อนหน้านี้ทรัมป์ได้ใช้อำนาจตาม IEEPA ในการเรียกเก็บภาษี 25% สำหรับสินค้าส่วนใหญ่จากแคนาดาและเม็กซิโก และ 10% สำหรับสินค้าจากจีน โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติ ทั้งกรณีการหลั่งไหลของยาเสพติดและการขาดดุลการค้า

อย่างไรก็ตาม ศาลระบุว่าในช่วงเวลากว่า 50 ปีของการบังคับใช้กฎหมาย IEEPA ไม่เคยมีประธานาธิบดีรายใดใช้บทบัญญัติดังกล่าวเพื่อกำหนดภาษีศุลกากรในลักษณะกว้างขวางเช่นนี้ พร้อมย้ำว่าฝ่ายบริหารไม่มีอำนาจจัดเก็บภาษีภายใต้กฎหมายดังกล่าวในช่วงเวลาปกติ

ทรัมป์ประกาศเก็บ “Global Tariff” 10% ผ่านกฎหมายอื่น

แม้จะถูกจำกัดอำนาจภายใต้ IEEPA แต่ทรัมป์ได้แถลงข่าวตอบโต้คำตัดสินของศาล พร้อมประกาศเดินหน้าจัดเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลก (Global Tariff) ในอัตรา 10% มีผลทันที โดยระบุว่าจะใช้อำนาจตามกฎหมายการค้าอื่นแทน ได้แก่

  • มาตรา 232 ภายใต้กฎหมาย Trade Expansion Act ปี 1962 (เหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติ)

  • มาตรา 301 ภายใต้กฎหมาย Trade Act ปี 1974 (ตอบโต้การค้าที่ไม่เป็นธรรม)

  • มาตรา 122 ภายใต้ Trade Act ปี 1974 (มาตรการฉุกเฉินด้านดุลการค้า)

ทรัมป์ระบุว่า ภาษีตามมาตรา 232 และ 301 จะยังคงมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบ และจะมีการลงนามคำสั่งเพื่อเรียกเก็บภาษีทั่วโลก 10% เพิ่มเติมจากภาษีปกติที่มีอยู่แล้ว

ตลาดการเงินผันผวน หุ้น-คริปโตเผชิญแรงขาย

การประกาศดังกล่าวส่งผลให้ตลาดการเงินทั่วโลกเผชิญแรงกดดันอีกระลอก โดยเฉพาะสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้นและคริปโตเคอร์เรนซี ท่ามกลางความกังวลว่ามาตรการภาษีในวงกว้างอาจกระตุ้นแรงกดดันเงินเฟ้อ เพิ่มต้นทุนนำเข้า และนำไปสู่ความตึงเครียดทางการค้ารอบใหม่

นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า ภาษีนำเข้าทั่วโลกอาจส่งผลให้ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ปั่นป่วนอีกครั้ง และเพิ่มความไม่แน่นอนเชิงนโยบาย ซึ่งกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะสั้น โดยสินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง Bitcoin และคริปโตอื่น ๆ มักตอบสนองเชิงลบต่อปัจจัยความเสี่ยงเชิงมหภาค

อย่างไรก็ตาม ในระยะกลางถึงยาว ผลกระทบจะขึ้นอยู่กับทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ อัตราเงินเฟ้อ และแนวโน้มนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ว่าจะเข้มงวดหรือผ่อนคลายเพียงใด

คลิก

Cr.ointelegraph

-----------------------------------------------------

เพิ่มเพื่อนรับข่าวสารตลาดหุ้น Forex และบทความดีๆ ด้านการเงิน การลงทุน ฟรี !!
http://line.me/ti/p/%40zhq5011b 
Line ID:@fxhanuman
Web : https://www.fxhanuman.com
Web : https://www.eluforex.com/
FB:https://www.facebook.com/review.forex.broker/
เยี่ยมชม partner ของเราที่ Eluforex รีวิวโบรกเกอร์ Forex
#forex #ลงทุน #peppers #xm #fbs #exness #icmarkets #avatrade #fxtm #tickmill #fxpro #fxopen #fxcl #forex4you

"การแจ้งเตือนเรื่องความเสี่ยง: การเทรด Forex หรือ CFD และตราสารอนุพันธ์อื่นๆ นั้นผันผวนสูงและมีความเสี่ยงสูง คุณควรพิจารณาอย่างรอบคอบถึงวัตถุประสงค์การซื้อขาย ระดับประสบการณ์ และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น มีความเป็นไปได้ที่ความสูญเสียจะสูงเกินกว่าเงินลงทุนของคุณ คุณควรลงทุนในระดับที่สามารถรับความสูญเสียได้ โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจความเสี่ยงทั้งหมดและใช้ความระมัดระวังในการจัดการความเสี่ยงของคุณ"