จับตา CLARITY Act! เกมการเมืองเดือด ปมผลประโยชน์คริปโตของ Donald Trump อาจชี้ชะตากฎหมาย

ความพยายามผลักดันร่างกฎหมาย CLARITY Act ซึ่งมีเป้าหมายกำหนดกรอบกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลในสหรัฐฯ กำลังเผชิญทางตันทางการเมือง โดยอุปสรรคสำคัญไม่ได้อยู่ที่โครงสร้างการกำกับว่าใครควรดูแลคริปโตระหว่าง U.S. Securities and Exchange Commission (SEC)

หรือ U.S. Commodity Futures Trading Commission (CFTC) แต่เป็นข้อพิพาทเรื่อง “ความขัดแย้งทางผลประโยชน์” ที่พัวพันถึงตัวประธานาธิบดีโดยตรง

ปมร้อน: ผลประโยชน์คริปโตของ Trump

พรรคเดโมแครตกำลังผลักดันข้อเสนอให้ห้ามเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลและครอบครัว ทำธุรกรรมทางการเงินบางประเภทที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัล โดยข้อเสนอนี้อาจครอบคลุมถึง Donald Trump และครอบครัวของเขา

รายงานระบุว่า Trump มีความเกี่ยวข้องกับโครงการคริปโต World Liberty Financial และได้รับรายได้จากกิจการด้านคริปโตรวมราว 1.4 พันล้านดอลลาร์ ตามการประเมินของ Bloomberg นอกจากนี้ ครอบครัว Trump ยังถือหุ้น 20% ในบริษัทขุดเหมือง American Bitcoin

ด้วยเหตุนี้ เดโมแครตจึงไม่น่าจะถอยจากข้อเรียกร้องดังกล่าว โดยเฉพาะเมื่อพรรคได้นำประเด็นนี้ไปใช้ในการสื่อสารทางการเมืองก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม

รีพับลิกันไม่เห็นด้วย หวั่น Trump ใช้สิทธิ์ยับยั้ง

ในอีกด้านหนึ่ง พรรครีพับลิกันคัดค้านข้อเสนอนี้ เพราะเชื่อว่า Trump จะใช้สิทธิ์วีโต้ หากกฎหมายบังคับให้ครอบครัวของเขาต้องขายสินทรัพย์คริปโต

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ CLARITY Act ตกอยู่ในภาวะชะงักงัน แม้อุตสาหกรรมคริปโตจะยังเดินหน้าล็อบบี้เพื่อผลักดันโครงสร้างกำกับดูแลที่ชัดเจนก็ตาม

ทางออกที่เป็นไปได้: แลกตำแหน่งใน SEC และ CFTC

รายงานจาก TD Cowen เสนอว่า ทางออกหนึ่งอาจเป็น “ดีลทางการเมือง” โดย Trump ยอมเสนอชื่อคณะกรรมาธิการจากพรรคเดโมแครตเข้าเติมตำแหน่งว่างใน SEC และ CFTC

ตามกฎหมาย หน่วยงานทั้งสองซึ่งมีคณะกรรมาธิการ 5 คน ต้องมีตัวแทนจากแต่ละพรรคอย่างน้อย 2 คน ปัจจุบัน CFTC มีตำแหน่งว่างถึง 4 ตำแหน่ง และ SEC มีตำแหน่งว่าง 2 ตำแหน่ง โดยไม่มีคณะกรรมาธิการจากเดโมแครตเลย

ข้อเสนอประนีประนอมคือ เดโมแครตยอมให้ข้อกำหนดความขัดแย้งทางผลประโยชน์มีผลบังคับใช้หลังการเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีครั้งถัดไป แทนที่จะมีผลทันที

Jaret Seiberg จาก TD Cowen มองว่า แนวทางนี้จะเปิดโอกาสให้ประธานาธิบดีจากเดโมแครต (หากชนะเลือกตั้งปี 2028) สามารถควบคุม SEC และ CFTC ได้ทันทีในปี 2029 ซึ่งเป็นช่วงที่การออกกฎคริปโตยังคาดว่าจะดำเนินต่อเนื่อง

จุดติดขัดอื่น: Stablecoin Yield

นอกจากประเด็นผลประโยชน์ทับซ้อนแล้ว วิธีจัดการกับ “ผลตอบแทนของสเตเบิลคอยน์ (stablecoin yield)” ยังเป็นอีกประเด็นสำคัญที่ยังหาข้อยุติไม่ได้

แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมประเมินว่า โอกาสที่กฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโตจะผ่านภายในปี 2026 อยู่ที่ราว 60% แต่ก็เตือนว่า “เวลาใกล้หมดแล้ว”

คลิก

Cr.theblock

-----------------------------------------------------

เพิ่มเพื่อนรับข่าวสารตลาดหุ้น Forex และบทความดีๆ ด้านการเงิน การลงทุน ฟรี !!
http://line.me/ti/p/%40zhq5011b 
Line ID:@fxhanuman
Web : https://www.fxhanuman.com
Web : https://www.eluforex.com/
FB:https://www.facebook.com/review.forex.broker/
เยี่ยมชม partner ของเราที่ Eluforex รีวิวโบรกเกอร์ Forex
#forex #ลงทุน #peppers #xm #fbs #exness #icmarkets #avatrade #fxtm #tickmill #fxpro #fxopen #fxcl #forex4you

"การแจ้งเตือนเรื่องความเสี่ยง: การเทรด Forex หรือ CFD และตราสารอนุพันธ์อื่นๆ นั้นผันผวนสูงและมีความเสี่ยงสูง คุณควรพิจารณาอย่างรอบคอบถึงวัตถุประสงค์การซื้อขาย ระดับประสบการณ์ และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น มีความเป็นไปได้ที่ความสูญเสียจะสูงเกินกว่าเงินลงทุนของคุณ คุณควรลงทุนในระดับที่สามารถรับความสูญเสียได้ โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจความเสี่ยงทั้งหมดและใช้ความระมัดระวังในการจัดการความเสี่ยงของคุณ"