CEO Goldman Sachs ชี้กฎหมาย CLARITY Act ยังอีกยาวไกล หลัง Coinbase ถอนการสนับสนุน

สถานการณ์การกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลในสหรัฐอเมริกากลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หลัง เดวิด โซโลมอน (David Solomon) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Goldman Sachs ออกมาแสดงความเห็นว่า ร่างกฎหมาย Digital Asset Market Clarity Act หรือ CLARITY Act

ยังต้องเผชิญกับอุปสรรคอีกมากก่อนจะสามารถมีผลบังคับใช้จริง

ความเห็นดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากคณะกรรมาธิการการธนาคารแห่งวุฒิสภาสหรัฐฯ ประกาศเลื่อนการพิจารณาร่างกฎหมายออกไปอย่างไม่มีกำหนด ท่ามกลางแรงกดดันจากทั้งภาคการเงินดั้งเดิมและอุตสาหกรรมคริปโต

Coinbase ถอนการสนับสนุน ฉุด CLARITY Act ชะงัก

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ CLARITY Act ต้องหยุดชะงัก คือการที่ ไบรอัน อาร์มสตรอง (Brian Armstrong) ซีอีโอของ Coinbase ออกมาประกาศชัดเจนว่า บริษัทไม่สามารถสนับสนุนร่างกฎหมายฉบับปัจจุบันได้ หากยังไม่มีการปรับปรุงเนื้อหาบางส่วน

อาร์มสตรองแสดงความกังวลว่าร่างกฎหมายอาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อระบบนิเวศของ DeFi รวมถึงจำกัดความสามารถของแพลตฟอร์มคริปโตในการมอบผลตอบแทน (Rewards) ให้กับผู้ถือ Stablecoin ซึ่งอาจบั่นทอนแรงจูงใจของผู้ใช้งานในระยะยาว

Goldman Sachs จับตาผลกระทบต่อ Tokenization และ Stablecoin

โซโลมอนกล่าวระหว่างการแถลงผลประกอบการไตรมาสที่ 4 ปี 2025 ว่า Goldman Sachs กำลัง “มุ่งเน้นอย่างมาก” ต่อความคืบหน้าของ CLARITY Act เนื่องจากกฎหมายดังกล่าวจะมีผลโดยตรงต่อทิศทางของการทำ Tokenization หรือการแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคน รวมถึงบทบาทของ Stablecoin ในระบบการเงินกระแสหลัก

แม้จะยอมรับว่ากระบวนการทางกฎหมายยังต้องใช้เวลาอีกมาก แต่โซโลมอนย้ำว่านวัตกรรมเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของอุตสาหกรรมธนาคารและตลาดทุน

จุดขัดแย้งใหญ่: ผลตอบแทน Stablecoin และอำนาจ SEC

ประเด็นที่สร้างความเห็นต่างอย่างชัดเจนระหว่างสถาบันการเงินดั้งเดิมกับบริษัทคริปโต คือเรื่อง “ผลตอบแทนจาก Stablecoin” โดยฝั่งธนาคารบางส่วนพยายามผลักดันให้มีการห้าม Stablecoin จ่ายดอกเบี้ย เพื่อป้องกันการไหลออกของเงินฝากจากระบบธนาคาร

ในทางกลับกัน ภาคคริปโตมองว่าการจำกัดดังกล่าวจะลดความน่าสนใจของ Stablecoin และขัดขวางนวัตกรรมทางการเงิน

นอกจากนี้ ยังมีความกังวลเกี่ยวกับขอบเขตอำนาจของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) ในการกำกับดูแลหุ้นที่ถูกทำให้เป็นโทเคน (Tokenized Equities) ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ Goldman Sachs มองเห็นศักยภาพการเติบโตในอนาคต

Goldman Sachs เดินหน้าสำรวจโอกาสใหม่ แม้กฎหมายยังไม่ชัดเจน

แม้กรอบกำกับดูแลยังไม่แน่นอน โซโลมอนระบุว่าธนาคารยังคงเดินหน้าศึกษาโอกาสในตลาดดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดเผยว่าเขาได้เข้าพบตัวแทนจากแพลตฟอร์ม Prediction Markets เช่น Polymarket และ Kalshi ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อสำรวจแนวทางการขยายธุรกิจใหม่

สมรภูมิระหว่างนวัตกรรมและการคุ้มครองผู้บริโภค

ในเวลานี้ CLARITY Act กลายเป็นสนามต่อสู้ระหว่างเป้าหมายการคุ้มครองผู้บริโภคและการส่งเสริมนวัตกรรมทางการเงิน โดยมีกำหนดการพิจารณาครั้งถัดไปของคณะกรรมาธิการเกษตรแห่งวุฒิสภาในวันที่ 27 มกราคม 2026

การประชุมดังกล่าวจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าสหรัฐฯ จะสามารถสร้างกรอบการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลที่ชัดเจนและสมดุลได้ภายในปีนี้หรือไม่

คลิก

Cr.cointelegraph

-----------------------------------------------------

เพิ่มเพื่อนรับข่าวสารตลาดหุ้น Forex และบทความดีๆ ด้านการเงิน การลงทุน ฟรี !!
http://line.me/ti/p/%40zhq5011b 
Line ID:@fxhanuman
Web : https://www.fxhanuman.com
Web : https://www.eluforex.com/
FB:https://www.facebook.com/review.forex.broker/
เยี่ยมชม partner ของเราที่ Eluforex รีวิวโบรกเกอร์ Forex
#forex #ลงทุน #peppers #xm #fbs #exness #icmarkets #avatrade #fxtm #tickmill #fxpro #fxopen #fxcl #forex4you

"การแจ้งเตือนเรื่องความเสี่ยง: การเทรด Forex หรือ CFD และตราสารอนุพันธ์อื่นๆ นั้นผันผวนสูงและมีความเสี่ยงสูง คุณควรพิจารณาอย่างรอบคอบถึงวัตถุประสงค์การซื้อขาย ระดับประสบการณ์ และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น มีความเป็นไปได้ที่ความสูญเสียจะสูงเกินกว่าเงินลงทุนของคุณ คุณควรลงทุนในระดับที่สามารถรับความสูญเสียได้ โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจความเสี่ยงทั้งหมดและใช้ความระมัดระวังในการจัดการความเสี่ยงของคุณ"