ก.ล.ต. ฟัน ‘คอยน์ดี’ 5 กระทง ปรับรวมเกือบ 5 ล้านบาท ก่อนถูกเพิกถอนใบอนุญาต

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์) หรือ ก.ล.ต. มีคำสั่งเปรียบเทียบที่ 9/2569 ลงวันที่ 3 เมษายน 2569 สั่งปรับ บริษัท คอยน์ดี จำกัด (Coindee) อดีตผู้ประกอบธุรกิจที่ปรึกษาสินทรัพย์ดิจิทัล รวม 5 กระทง

เป็นเงินทั้งสิ้น 4,959,000 บาท จากการกระทำผิดหลายประการตาม พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 โดยความผิดทั้งหมดเกิดขึ้นก่อนถูกเพิกถอนใบอนุญาตเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568

คอยน์ดีคือใคร?

บริษัท คอยน์ดี จำกัด เป็นผู้ให้บริการด้านคำแนะนำการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Advisor) ที่เคยได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ก่อนถูกเพิกถอนใบอนุญาตในภายหลัง เนื่องจากปัญหาด้านการดำเนินงานและการกำกับดูแลภายใน

สรุป 5 กระทงความผิด

คำสั่งเปรียบเทียบครั้งนี้ออกภายใต้มาตรา 30 ของ พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัล โดยแบ่งเป็น 5 ข้อหาหลัก ได้แก่

1. เงินกองทุนไม่เป็นไปตามเกณฑ์ (ค่าปรับ 3,240,000 บาท)
ในช่วงวันที่ 21 ก.พ. – 26 ต.ค. 2568 บริษัทดำรงเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ (Net Capital) ต่ำกว่าที่ ก.ล.ต. กำหนด ถือเป็นความผิดร้ายแรงด้านเสถียรภาพทางการเงิน และเป็นกระทงที่มีมูลค่าปรับสูงสุด คิดเป็นกว่า 65% ของค่าปรับรวม

2. ไม่ส่งรายงาน NC-3 (ค่าปรับ 372,000 บาท)
บริษัทไม่จัดทำและยื่นรายงานสถานะเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ (NC-3) รอบครึ่งปีแรก 2568 ภายในกำหนด และไม่มีการดำเนินการแก้ไขจนถูกเพิกถอนใบอนุญาต

3. โครงสร้างองค์กรไม่พร้อม (ค่าปรับ 564,000 บาท)
ช่วง 1 มี.ค. – 26 ต.ค. 2568 บริษัทขาดโครงสร้างการบริหาร ระบบงาน และบุคลากรที่เหมาะสม สะท้อนปัญหา Corporate Governance อย่างชัดเจน

4. แต่งตั้งกรรมการโดยไม่ได้รับอนุมัติ (ค่าปรับ 514,000 บาท)
บริษัทแต่งตั้งกรรมการผู้มีอำนาจลงนามโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจาก ก.ล.ต. ล่วงหน้า ซึ่งเป็นขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด

5. ส่งงบการเงินล่าช้า (ค่าปรับ 269,000 บาท)
งบการเงินปี 2567 ถูกส่งล่าช้าจากกำหนด (30 เม.ย. 2568) ไปเป็นวันที่ 19 ก.ย. 2568 และไม่ได้เปิดเผยผ่านเว็บไซต์ของบริษัทตามข้อกำหนด

สัญญาณเตือนถึงทั้งอุตสาหกรรม

กรณีของคอยน์ดีสะท้อนให้เห็นว่า แม้จะถูกเพิกถอนใบอนุญาตแล้ว สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ยังสามารถดำเนินการทางกฎหมายย้อนหลังกับความผิดที่เกิดขึ้นในช่วงที่ยังประกอบธุรกิจได้

นอกจากนี้ โครงสร้างความผิดยังชี้ชัดว่า “ปัญหาหลัก” อยู่ที่การบริหารความเสี่ยงทางการเงิน โดยเฉพาะการดำรงเงินกองทุน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการคุ้มครองผู้ลงทุนในอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล

มุมมองเชิงอุตสาหกรรม

เคสนี้ถือเป็นอีกหนึ่ง “Benchmark Case” ของตลาดคริปโตไทย ที่สะท้อนมาตรฐานการกำกับดูแลที่เข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะใน 3 แกนหลัก ได้แก่

  • เสถียรภาพทางการเงิน (Net Capital)
  • ความโปร่งใสในการรายงาน
  • ธรรมาภิบาลองค์กร (Corporate Governance)

ผู้ประกอบการรายอื่นในอุตสาหกรรมจึงต้องยกระดับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์อย่างจริงจัง เพราะความเสี่ยงไม่ได้จบแค่ “การถูกเพิกถอนใบอนุญาต” แต่ยังรวมถึง “บทลงโทษย้อนหลัง” ที่อาจมีมูลค่าสูงและกระทบชื่อเสียงในระยะยาวอีกด้วย

คลิก

Cr.สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

-----------------------------------------------------

เพิ่มเพื่อนรับข่าวสารตลาดหุ้น Forex และบทความดีๆ ด้านการเงิน การลงทุน ฟรี !!
http://line.me/ti/p/%40zhq5011b 
Line ID:@fxhanuman
Web : https://www.fxhanuman.com
Web : https://www.eluforex.com/
FB:https://www.facebook.com/review.forex.broker/
เยี่ยมชม partner ของเราที่ Eluforex รีวิวโบรกเกอร์ Forex
#forex #ลงทุน #peppers #xm #fbs #exness #icmarkets #avatrade #fxtm #tickmill #fxpro #fxopen #fxcl #forex4you

"การแจ้งเตือนเรื่องความเสี่ยง: การเทรด Forex หรือ CFD และตราสารอนุพันธ์อื่นๆ นั้นผันผวนสูงและมีความเสี่ยงสูง คุณควรพิจารณาอย่างรอบคอบถึงวัตถุประสงค์การซื้อขาย ระดับประสบการณ์ และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น มีความเป็นไปได้ที่ความสูญเสียจะสูงเกินกว่าเงินลงทุนของคุณ คุณควรลงทุนในระดับที่สามารถรับความสูญเสียได้ โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจความเสี่ยงทั้งหมดและใช้ความระมัดระวังในการจัดการความเสี่ยงของคุณ"