เงินทะลุ 100 ดอลลาร์ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ทองคำพุ่งเฉียด 5,000 ดอลลาร์ นักลงทุนแห่หลบความเสี่ยงโลกปั่นป่วน

รอยเตอร์รายงาน ราคาโลหะมีค่าทั่วโลกพุ่งแรงทำสถิติใหม่ในวันศุกร์ที่ 23 มกราคม 2569 โดย ราคาโลหะเงินทะยานขึ้นเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ขณะที่ ราคาทองคำพุ่งใกล้แตะ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย

ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเร่งปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงปลายปีนี้

ราคาโลหะเงินตลาดสปอต (Spot Silver) พุ่งขึ้นกว่า 5% มาอยู่ที่ 100.94 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 18.48 น. ตามเวลามาตรฐานกรีนิช กรุงลอนดอน โดยได้รับแรงหนุนจากทั้งฝั่งอุปสงค์การลงทุนและข้อจำกัดด้านอุปทานในตลาดโลก

ฟิลิป นิวแมน ผู้อำนวยการบริษัท Metals Focus ระบุว่า โลหะเงินยังคงได้รับอานิสงส์จากปัจจัยเดียวกับทองคำ พร้อมเสริมว่า

“ความกังวลเรื่องภาษีศุลกากรที่ยังไม่คลี่คลาย รวมถึงสภาพคล่องโลหะเงินจริงในตลาดลอนดอนที่อยู่ในระดับต่ำ ยังคงเป็นแรงหนุนสำคัญ”

ตลอดช่วงปีที่ผ่านมา ราคาโลหะเงินปรับตัวขึ้นมากกว่า 200% สะท้อนปัญหาการขยายกำลังการผลิตที่ทำได้จำกัด และภาวะขาดแคลนอุปทานอย่างต่อเนื่อง

ทองคำทำสถิติใหม่ ใกล้แตะ 5,000 ดอลลาร์

ด้านราคาทองคำตลาดสปอต (Spot Gold) ปรับเพิ่มขึ้น 0.6% อยู่ที่ 4,964.81 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4,988.17 ดอลลาร์ ในช่วงต้นวัน ขณะที่สัญญาซื้อขายล่วงหน้าทองคำสหรัฐฯ (US Gold Futures) ส่งมอบเดือนกุมภาพันธ์ ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 1.4% ที่ 4,979.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ไท หว่อง นักเทรดโลหะอิสระ กล่าวว่า บทบาทของทองคำกำลังเปลี่ยนจากเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงชั่วคราว ไปสู่สินทรัพย์หลักในเชิงโครงสร้าง

“นี่ไม่ใช่เพียงพายุสมบูรณ์แบบระยะสั้น แต่เป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงเชิงพื้นฐานในยุคใหม่ของระบบการลงทุน”

ตั้งแต่ต้นปี 2569 ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และนาโตเกี่ยวกับประเด็นกรีนแลนด์ ความกังวลต่อความเป็นอิสระของเฟด รวมถึงความไม่แน่นอนด้านนโยบายภาษี ได้กระตุ้นให้นักลงทุนหันเข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น ขณะเดียวกัน การเข้าซื้อทองคำอย่างต่อเนื่องของธนาคารกลางทั่วโลก และแนวโน้มลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐ ยังคงเป็นแรงหนุนสำคัญต่อราคาทองคำ

เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย ราคาทองจึงมักปรับตัวขึ้นในสภาพแวดล้อมอัตราดอกเบี้ยต่ำ โดยก่อนหน้านี้ทองคำได้ทะลุระดับ 3,000 และ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เป็นครั้งแรกในเดือนมีนาคมและตุลาคมของปีที่ผ่านมา หลังเฟดเริ่มวงจรการลดดอกเบี้ย

ธนาคาร Commerzbank ระบุในบทวิเคราะห์ว่า การปรับลดดอกเบี้ยของสหรัฐฯ มีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นในช่วงปลายปี หลังการแต่งตั้งประธานเฟดคนใหม่ ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำเพิ่มเติม

โลหะมีค่าอื่นทำสถิติสูงสุดเช่นกัน

ขณะเดียวกัน ราคาแพลทินัมพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 2,771.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนย่อลงมาอยู่ที่ 2,744.40 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 4.4% โดยธนาคาร HSBC ระบุว่า แพลทินัมกำลังได้รับความสนใจในฐานะทางเลือกที่มีราคาถูกกว่าทองคำ และคาดว่าภาวะขาดดุลเชิงโครงสร้างในตลาดแพลทินัมจะขยายตัวเป็น 1.2 ล้านออนซ์ในปีนี้

ด้านราคาแพลเลเดียมปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.1% มาอยู่ที่ 1,999.64 ดอลลาร์ต่อออนซ์

คลิก

Cr.bangkokbiznews

-----------------------------------------------------

เพิ่มเพื่อนรับข่าวสารตลาดหุ้น Forex และบทความดีๆ ด้านการเงิน การลงทุน ฟรี !!
http://line.me/ti/p/%40zhq5011b 
Line ID:@fxhanuman
Web : https://www.fxhanuman.com
Web : https://www.eluforex.com/
FB:https://www.facebook.com/review.forex.broker/
เยี่ยมชม partner ของเราที่ Eluforex รีวิวโบรกเกอร์ Forex
#forex #ลงทุน #peppers #xm #fbs #exness #icmarkets #avatrade #fxtm #tickmill #fxpro #fxopen #fxcl #forex4you

"การแจ้งเตือนเรื่องความเสี่ยง: การเทรด Forex หรือ CFD และตราสารอนุพันธ์อื่นๆ นั้นผันผวนสูงและมีความเสี่ยงสูง คุณควรพิจารณาอย่างรอบคอบถึงวัตถุประสงค์การซื้อขาย ระดับประสบการณ์ และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น มีความเป็นไปได้ที่ความสูญเสียจะสูงเกินกว่าเงินลงทุนของคุณ คุณควรลงทุนในระดับที่สามารถรับความสูญเสียได้ โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจความเสี่ยงทั้งหมดและใช้ความระมัดระวังในการจัดการความเสี่ยงของคุณ"